[EP3] ประเภทของน้ำตาลและผลกระทบภายในร่างกาย

น้ำตาลนั้นมีมากมายหลายประเภท ซึ่งการแยกทางกายภาพสามารถแยกคร่าวๆได้ดังนี้ 1. น้ำตาลทรายดิบ (Raw Sugar) คือ น้ำตาลทรายที่ใช้ส่งออกเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ หรือเก็บไว้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลทรายขาว โดยน้ำตาลทรายดิบจะมีสีน้ำตาลเข้ม มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ และมีความบริสุทธิ์ต่ำ 2. น้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูง (High Pol Sugar) คือ น้ำตาลทรายดิบที่นำมาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์บางส่วน สีของน้ำตาลเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล สามารถนำไปบริโภคได้โดยตรง แต่ไม่เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ ยกเว้นในประเทศที่กำลังพัฒนาและมีกำลังซื้อค่อนข้างต่ำ เนื่องจากน้ำตาลชนิดมีราคาถูกกว่าน้ำตาลทรายขาว 3. น้ำตาลทรายขาว (White Sugar) คือ น้ำตาลที่ได้มาจากการสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากน้ำตาลทรายดิบ และเป็นที่นิยมในการใช้บริโภค 4. น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined Sugar) คือ น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการผลิตคล้ายกับน้ำตาลทรายขาว แต่จะมีความบริสุทธิ์มากกว่า มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวใส นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์มาก เช่น เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง รวมไปถึงอุตสาหกรรมยา เป็นต้น 5. น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พิเศษ (Super Refined Sugar) คือ น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการผลิตเหมือนน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ แต่จะมีความบริสุทธิ์มากกว่า นิยมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์มากๆ เป็นส่วนประกอบ[…]

[EP2] เหตุที่ควรหลีกเลี่ยงแป้ง/น้ำตาล

ถึงแม้ว่าน้ำตาลจะเป็นวัตถุดิบของอาหารและขนมต่างๆที่ให้รสชาติหวานอร่อย แต่หากศึกษาโทษของมันอย่างลึกซึ้งแล้วคุณอาจต้องคิดใหม่ก่อนบริโภค หรืออย่างน้อยเราควรจำกัดโควตาการบริโภคน้ำตาลต่อวันให้เข้มงวดกว่าเดิม  รวมไปถึงแป้งซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารแทบทุกชนิด เพราะกระบวนต่างๆภายในร่างกายเราจะแปรเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล อย่าละเลยมันก่อนสายเกินแก้! หลังจากทราบข้อดีของน้ำตาลว่าเป็นสิ่งที่ทำให้อาหารรสชาติหวานสดชื่นกระชุ่มกระชวย และให้พลังงาน เรามาดูข้อเสียกันบ้าง ทำให้ฟันของคุณมีปัญหา แน่นอนว่าน้ำตาลเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก และทำให้ฟันคุณผุกร่อนได้ง่ายมากหากคราบน้ำตาลหลุดรอดไม่ได้ถูกแปรงออก ทำให้ตับของคุณทำงานหนัก หากคุณบริโภคน้ำตาลประเภทฟรักโตสจำนวนมาก (พบมากในน้ำหวานทั่วไป) โดยปกติตับจะแปรสภาพฟรักโตสเป็นไกลโคลเจนเพื่อเป็นแหล่งพลังงานเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น แต่หากได้รับมากเกินตับจะแปรรูปเป็น fat ซึ่งหาก overload มากๆ ตับคุณจะมีปัญหาใหญ่แน่นอน ทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน หากเราบริโภคน้ำตาลเกินกว่าที่ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายคุณรับไหว หรืออินซูลินเกิดมีปัญหาขึ้นมา จะเกิดภาวะน้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดจำนวนมาก ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, ไตวาย, เป็นแผลเรื้อรังหายช้า หรือเกิดความเสียหายต่อดวงตา ทำให้เสี่ยงต่อมะเร็ง น้ำตาลสามารถทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะส่วนต่างๆ และหากคุณเริ่มเป็นมะเร็งระยะแรกๆน้ำตาลจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้บริโภคอาหารมากเกินความต้องการจากผลกระทบต่อฮอร์โมนความอิ่ม Ghrelin, Leptin  ส่งผลคุณให้บริโภคแคลอรี่เกินจำเป็น น้ำหนักเพิ่มและอ้วนขึ้น ทำให้เสพย์ติด หากคุณที่อ่อนไหวต่อสารเสพย์ติด การออกฤทธิ์หลั่งสาร Dopamine จำนวนมาก ทำให้คุณสามารถเสพย์ติดได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ผู้คนจำนวนมากเคยกล่าวโทษว่าไขมันนั้นเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจ แต่การศึกษาที่ลึกขึ้นพบว่าไม่ใช่เสียแล้ว ไขมันเพียงทำหน้าที่รักษาสมานแผลอาการอักเสบของหลอดเลือดเท่านั้น แต่ตัวการเริ่มต้นที่ทำให้อักเสบที่แท้จริงคือน้ำตาลในกระแสเลือดในมากเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม(อัลไซเมอร์) เนื่องจากน้ำตาลมีผลต่อเอนไซม์ MIF (macrophage[…]

[EP1] เกร็ดความรู้ “Keto diet”

keto diet , low carb diet หรือ low carb high fat คือวิธีการลดน้ำหนักสากลอย่างหนึ่ง โดยทำความเข้าใจระบบในร่างกายระหว่าง carb & fat  ซึ่งในการ diet ทั่วไปยังรับประทาน carbohydrate ปกติ (อาจลดไขมัน/แคลอรี่) ร่างกายเรานั้นมักจะใช้พลังงานจาก glucose เป็นหลักอยู่แล้ว จะทำให้ไขมันในร่างกายไม่ถูกนำออกมาใช้ อีกทั้งยังลดอัตราการเผาผลาญตามปกติของร่างกายอีกด้วย   แต่ในทางกลับกันหากเราเลือกรับประทานไขมันตามปกติ (เน้นไขมันชนิดดี เช่นถั่วอัลมอนด์ น้ำมันมะพร้าว อโวคาโด ฯลฯ) แต่พยายามลดน้ำตาล และแป้ง(น้ำตาลในอนาคต) ให้ได้มากที่สุดนั้น กลับช่วยให้ร่างกายเราสามารถดึงพลังงานที่เราเก็บสะสมออกมาใช้งานมากกว่า และคงระดับการเผาผลาญแคลอรี่ของร่างกายไว้ดังเดิม   ด้วยวิธีนี้เราไม่ต้องลดแคลอรี่มากนัก แต่เปลี่ยนเป็นลดคาร์โบไฮเดรตแทน การย้ายแหล่งพลังงานหลักจากกลูโคส เป็นการเบิร์นและควบคุมปริมาณ Ketone แทน นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงทั้งทางกายและทางจิตใจอีกด้วย   EPถัดไป จะว่าด้วยเรื่องของ “เหตุที่ควรหลีกเลี่ยงแป้ง/น้ำตาล, และประเภทที่ควรเฝ้าระวัง” โปรดติดตามบทความสุขภาพของ PentaTV ได้ทุกวันสุดสัปดาห์[…]

เปิดสัญญาณเตือน “หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” เสี่ยงตายใน 1 ชั่วโมง

แพทย์ชี้ “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” ทำให้ตายภายใน 1 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ เตือนหากจุกแน่นหน้าอก เหงื่อออก ใจสั่น ปวดร้าวไปกราม จุกใต้ลิ้นปี่ ให้รีบพบแพทย์ทันที แนะเลี่ยงอาหารไขมันสูง ความเครียด บุหรี่และแอลกอฮอล์ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพประจำปี ลดเสี่ยงโรคหัวใจ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป็นภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจจะขาดเลือดและออกซิเจน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ในประเทศไทย พบว่าร้อยละ 45 ของการเสียชีวิตเฉียบพลัน เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งโรคนี้มักเกิดขึ้นทันทีแบบเฉียบพลัน เช่น ขณะปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ทำงาน เล่นกีฬา เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและก่อตัวเป็นตะกรัน โดยหลอดเลือดเมื่อเกิดการร่อนหลุดของตะกรัน ทำให้มีการอุดตันของหลอดเลือด อาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน มักเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมง และที่สำคัญ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจ ไม่เคยแสดงอาการมาก่อน สะท้อนให้เห็นว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นการดูแลสุขภาพตนเองเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า หลักการง่ายๆ ที่สามารถปฏิบัติตนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค คือ[…]

“เชื่อหรือไม่ ว่า 2 หรือ 4 ล้านก็ไม่พอเกษียณ”

เนื่องจากช่วงนี้มีกระแสเรื่องเงินเกษียณต้องมี 1 ล้านบ้าง 2 ล้านบ้าง หรือ 4 ล้านบ้าง จึงได้เกิดความสงสัยว่าแล้วคนที่ออกมาบอกคนอื่นว่าต้องมีเท่านั้นเท่านี้เขาคำนวณยังไง เขารู้ได้ยังไงว่าแต่ละคนใช้ชีวิตรูปแบบไหนและจะตายอายุเท่าไหร่ถึงออกมาบอกได้ว่าต้องมีเท่านั้นเท่านี้ จั่วหัวแรง แต่ความจริงคือหวังดีนะ เรื่องนี้คนไทยยังขาดความรู้ทางด้านการเงินอยู่มาก ซึ่งในต่างประเทศเค้ามีการพูดถึงเพื่อให้เตรียมตัวกันมากกว่าบ้านเราเยอะเลย เอาแบบไม่สปอยเลยนะลงมาดูกันว่าตัวเองจะต้องเก็บเงินเท่าไหร่ดี โปรดอ่านจะได้ตระหนักเรื่องการเก็บเงินกันบ้าง อย่าให้เป็นภาระลูกหลานเลย คำถาม 1. คิดว่าจะเลิกทำงานหารายได้ตอนอายุเท่าไหร่? 2. แล้วตอนเกษียณจะใช้ชีวิตที่ไหน ยังไง ค่าใช้จ่ายต่อเดือนขั้นต่ำที่เอาไว้ดูแลตัวเองน่าจะซักเท่าไหร่? 3. คิดว่าจะมีชีวิตอยู่ไปอีกกี่ปีหลังจากเกษียณ? 4. แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่…เหลือเวลาเก็บเงินจากวันนี้จนถึงวันเกษียณอีกกี่ปี? ตัวอย่าง แบบคนทั่วไปนะ ไม่นับเกษียณเร็ว เกษียณรวย 1. อยากเกษียณตอนอายุ 60 2. เกษียณแล้วอยากกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านต่างจังหวัดกินอยู่อย่างไม่ฝืดเคืองประมาณ 15,000 บาท ต่อเดือน ใครอยากมากกว่านี้ก็ลองดู ตัวอย่างนี้จะลองคำนวณ 15,000 เพราะคนประเทศเราก็รายได้ไม่เยอะ คนทั่วไปน่าจะพอเอื้อมถึงพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้แบบไม่ลำบาก 3. คิดว่าจะมีชีวิตไปถึงซักอายุ 85 (เดี๋ยวนี้การแพทย์ดี แล้วเราก็รักษาสุขภาพกันมากขึ้น) 4. ตอนนี้(สมมติ) อายุ 30 ทำงานได้ซักระยะนึงเริ่มตระหนักในการวางแผนอนาคต[…]

รีบเปลี่ยนด่วน!! บัตร MRT แบบเก่าจะใช้งานไม่ได้ตั้งเเต่วันที่ 16 ก.ค. 60 เป็นต้นไป

  รีบเปลี่ยนด่วน!! เหลือเวลาอีกเพียง 11 วันเท่านั้น บัตรโดยสารรูปแบบเก่าจะไม่สามารถใช้เดินทางกับ รถไฟฟ้า MRT ได้ตั้งเเต่วันที่ 16 ก.ค. 60 เป็นต้นไป ผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารรูปแบบเก่า มาเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสารรูปแบบใหม่ได้ที่ บริเวณบูธ MRT ชั้นออกบัตรโดยสาร 3 สถานี โดยจะเเบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า เเละช่วงเย็น ช่วงเช้า : ตั้งเเต่เวลา 06.30 น. – 09.00 น. 1. สถานี จตุจักร 2. สถานี พหลโยธิน 3. สถานี ศูนย์วัฒนธรรม ช่วงเย็น : ตั้งเเต่เวลา 16.30 น. – 20.00 น. 1. สถานี พระรามเก้า 2.[…]

ผู้สูงอายุซึ่งเป็น “วัยแห่งความสุข” ควรอ่าน!

“กฎทองของวัยแห่งความสุข” 1.ถึงเวลาแล้วที่คุณจะใช้เงินที่หามาได้อย่างยากลำบาก ขอให้ใช้จ่ายและมีความสุขกับเงินของคุณ อย่าคิดแต่จะเก็บไว้ให้คนที่บางทีไม่เคยรู้เลยว่าคุณต้องลำบากเพียงใดกว่าจะหาเงินมาได้ ขอให้จำไว้ว่าไม่มีอะไรจะอันตรายไปกว่าลูกหลานหรือเขยสะใภ้ที่มีไอเดียบรรเจิดกับการเอาเงินเก็บของคุณไปลงทุน วัยนี้ไม่เหมาะกับการลงทุนอย่างยื่ง ไม่ว่ามันจะดูวิเศษแค่ไหน เพราะมีแต่จะทำให้คุณอยู่กับปัญหาและความกังวล เวลานี้คุณควรมีชีวิตที่สุขและสงบได้แล้ว 2.เลิกกังวลกับเรื่องเงินๆทองๆของลูกหลาน ไม่ต้องรู้สึกผิดที่คุณใช้จ่ายเงินเพื่อตัวเอง คุณเลี้ยงเขามานาน สอนเขาทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ให้ทั้งการศึกษา อาหาร ที่อยู่ ดูแลเอาใจใส่ ตอนนี้เป็นหน้าที่ที่เขาจะดูแลรับผิดชอบตัวเองแล้ว 3.เอาใจใส่สุขภาพ แต่อย่าหักโหม ออกกำลังกายปานกลาง เช่นเดินทุกวัน กินดี อยู่ดี นอนให้เพียงพอ เพราะวัยนี้ป่วยง่าย และยิ่งวันเรายิ่งรักษาสุขภาพได้ยากขึ้น สนใจเรื่องทางการแพทย์และยาบ้าง ไปหาหมอสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายแม้ในยามที่คุณไม่ได้เจ็บป่วย หาความรู้ทางการแพทย์ไว้ด้วย 4.ซื้อของที่ดีที่สุด สวยที่สุดให้กับคู่ของคุณ ข้อสำคัญคือจงใช้เงินอย่างมีความสุขกับคู่ชีวิตของคุณ เพราะวันหนึ่งจะต้องมีใครคนหนึ่งที่ยังอยู่และคิดถึงอีกคน ถึงเวลานั้นเงินทองก็ไม่อาจให้ความอบอุ่นได้ ฉะนั้น จงมีความสุขร่วมกันเสียแต่วันนี้ 5.อย่ากังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณผ่านเรื่องใหญ่ๆในชีวิตมามากแล้ว คุณมีทั้งความทรงจำที่ดีและไม่ดี แต่สิ่งสำคัญคือปัจจุบัน อย่าให้อดีตมาทำให้คุณหดหู่ อย่าให้อนาคตมาทำให้คุณกังวล มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน ไม่นานคุณก็จะลืมกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านั้น 6.ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ จงหล่อเลี้ยงความรักไว้เสมอ รักคู่ของคุณ รักชีวิต รักครอบครัว รักเพื่อน(บ้าน) ขอให้จำไว้ว่า คนเราจะไม่มีวันแก่ตราบใดที่ยังมีสมองและมีความรัก 7.ขอให้อยู่อย่างภาคภูมิ[…]

“บ้านหมุน” โรคธรรมดาๆที่ไม่ควรประมาทมองข้าม

อาการ “บ้านหมุน” อาจไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต แต่หากเกิดขึ้นระหว่างทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกับเครื่องจักรกล ยานพาหนะที่มีความเร็วสูง หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความเสี่ยง เมื่อเสียการทรงตัวอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่สร้างความสูญเสียต่อร่างกายหรืออาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งโรคนี้มีหนทางรักษาด้วยตัวเองได้ อาจไม่ต้องไปโรงพยาบาล ไม่ต้องไปหาหมอให้เสียสตางค์โดยไม่จำเป็นนะครับ หากเกิดอาการเวียนหัวแบบบ้านหมุนโดยไม่ทราบสาเหตุ จะไม่สามารถลุกจากที่นอนได้เลย และต้องล้มหัวลงนอนต่อ วันนั้นทั้งวัน จะทำอะไรไม่ได้เลย ต้องนอนอย่างเดียว จะมึนหัวมากๆ พออาการทุเลาลง ไปหาหมอ หมอมักจะบอกเป็นโรค “น้ำในหูไม่เท่ากัน”  จะให้ทั้งยาแก้เวียนศีรษะ วิตามิน ยาบำรุง ยาบำรุงเลือด อาจถุงใหญ่มาก กินได้ประมาณหนึ่งเดือน กินไปสามสัปดาห์อาการก็ยังเหมือนเดิมเป็นๆหายๆ ก้มตัวลงก็เกิดอาการบ้านหมุน แพทย์รุ่นพี่ท่านหนึ่งให้คำแนะนำว่า “อาการเวียนหัวแบบนี้กินยาเท่าไรก็ไม่หาย” มันต้องแก้ที่เอาหินปูนออกจากท่อน้ำในหู ด้วยวิธีการกายภาพบำบัด  แล้วพี่หมอก็แนะให้ลองทำด้วยตัวเองก่อน หากไม่หาย ค่อยไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอีกครั้ง พอเริ่มทำกายภาพเองโดยมีผู้ช่วยประคองศีรษะเมื่อตอนสามทุ่ม ตื่นเช้ามาอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน หายไปแบบปลิดทิ้งเลย เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน ต้องขอขอบคุณคุณหมอ นายแพทย์ โมทย์ศักดิ์ แสงทอง(ขออนุญาตเอ่ยนาม) มาไว้ ณ โอกาสนี้ ที่แนะนำให้ และขอขอบคุณวีดีโอชุดนี้ ขอให้ท่านได้ชมและปฏิบัติดูตามวิธีกายภาพบำบัดในคลิปนี้ https://www.penta.center/th/channelplay/7539/1356995/ และขอให้หายดีทุกคนนะครับ Cr.Yuri